จากเอนทรีที่แล้วมีคนตกใจเรื่องน้ำหนักเราเยอะแฮะ (= =)
แบบว่า..ที่จริงมันเป็นเพราะปิดเทอมที่บ้านเราไม่ค่อยมีของอะไรกิน เลยไม่ค่อยได้กิน มันก็ผอมอ่ะ
พอเปิดเทอมคงได้กินเยอะขึ้น เดี๋ยวก็กลับมาอ้วนเหมือนเดิมแหละ!

ลองรวบรวมวิธีการน้ำหนักที่เรารู้มาเขียนรีวิวไว้ละกัน
อ่านที่ตัวเองเขียนมาแล้วรู้สึกว่า..ชั้นนี่ก็ลองมาเกือบทุกวิธีแล้วนี่หว่า ไม่เห็นจะผอมซะที (หัวเราะ)
ถ้ามีวิธีอื่นๆที่ผู้อ่านลองแล้วได้ผลช่วยบอกกันด้วยนะค้า~!

★★★ 

อดอาหาร ยาลดความอ้วน ยาถ่าย กินแล้วไปอาเจียนออก

เหล่านี้คือวิธีลดความอ้วนที่ ห้ามทำเด็ดขาด รู้กันอยู่แล้วว่าวิธีพวกนี้เป็นอันตรายกับร่างกาย อย่างการอดอาหารทำให้ผอมลงจริงแต่ก็เสี่ยงกับการเป็นโรคกระเพาะ เลือดจาง เวียนหัวเป็นลม และยิ่งพอเรากลับมากินอาหารเหมือนเดิมมันจะโยโย่เอฟเฟคต์ด้วย

ยาลดความอ้วนอันตรายตรงไหน?? ตรงที่มันผสมยาที่ออกฤทธิ์ทางประสาทไว้ด้วย กินแล้วจะมึนๆชาๆ ถ้ากินไประยะยาวก็มีสิทธิ์เป็นโรคประสาทได้ ก็คล้ายๆกับยาเสพติดแหละ ส่วนยาถ่ายถ้าใช้ไปเรื่อยๆแล้วไม่ใช้มันก็จะถ่ายไม่ออกนะ ยาขับน้ำออกจากร่างกายนี่ก็แก้ปัญหาผิดที่ละขับน้ำออกทำให้ตัวผอมลงแต่ผอมแบบเหี่ยวๆไม่สดใสน่ะ สมัยนี้ไม่มีใครใช้แล้วมั้ง (= =)

กินมากกว่าปกติแล้วไปอาเจียนออก เป็นอาการของโรคบูลิเมีย เนอร์วาซา ซึ่งเราก็เกือบๆจะเป็นแฮะ ช่วงที่ลองลดความอ้วนด้วยวิธีนี้แรกๆก็กินแล้วไปล้วงคออาเจียนออกมา ซึ่งมันทรมานมากกกกก~ ทำไปเรื่อยๆร่างกายเริ่มชิน ทีนี้พอกินอะไรเข้าไปก็คลื่นไส้อาเจียนออกมาเองเลย กว่าจะหายได้ใช้เวลาอยู่พักใหญ่เหมือนกัน อยู่ที่ใจด้วยแหละ เพราะพูดตรงๆว่าเราเสียดายตังค์ที่ซื้อของกินมาน่ะ (หัวเราะ) สู้ไม่ซื้อมันเลยเอาตังค์ไปทำอย่างอื่นดีกว่า

★★★

ลดอาหาร-ออกกำลังกาย

เป็นวิธีเบสิคที่สุดและให้ผลดีที่สุดเท่าที่เคยลองมาแล้วล่ะ「ลดอาหาร」นะไม่ใช่「อดอาหาร」

การออกกำลังกาย มันจะไม่ได้ผลเลยถ้าเสียเงินแพงๆเข้าฟิตเนสออกกำลังกายเสร็จแล้วไปหาของกินต่อ เราเห็นหลายคนมากๆที่เข้าฟิตเนสแล้วอ้วนขึ้น! เพราะฉะนั้นออกกำลังกายแล้วก็ควรจะกินเท่าเดิมหรือน้อยลงด้วยนะ ไม่งั้นมันจะไม่ได้ผลเลย

ตอนม.ต้นเราจะวิ่งครึ่งชั่วโมงทุกวันแล้วก็เต้นโคเวอร์ด้วย อยากจะบอกว่าน้ำหนักไม่เคยลดลงเลย แต่ว่าตัวเล็กลง กล้ามเนื้อกระชับขึ้น ก็เลยอยากจะบอกว่าบางทีไอ้การที่เราผอมลงเนี่ย น้ำหนักไม่จำเป็นต้องลดลงเสมอไป เพราะบางทีน้ำหนักไขมันเปลี่ยนเป็นน้ำหนักกล้ามเนื้อแทน บวกลบคูณหารกันแล้วมันก็หนักใกล้เคียงเดิมอ่ะแหละ

★★★

ฝึกการหายใจให้ถูกต้อง

ฟังดูเหมือนเรื่องไร้สาระ แต่นี่คือเรื่องจริง เพราะร่างกายของเราจะเกิดการเผาผลาญก็ต่อเมื่อมีออกซิเจนเป็นตัวสันดาป ยิ่งมีออกซิเจนมากเท่าไหร่การสันดาปก็จะเกิดขึ้นเร็วและสมบูรณ์มากเท่านั้น

การฝึกหายใจก็ทำง่ายๆแค่หายใจเข้าช้าๆให้เต็มปอด กลั้นลมหายใจไว้สามวิแล้วก็ค่อยๆผ่อนลมออกมา ฟังดูง่ายแต่ในความเป็นจริงแล้วเวลาเราหายใจในชีวิตประจำวัน จะไม่ได้มานั่งค่อยๆหายใจแบบนี้หรอกจริงมั้ย?? หรือจะลองฝึกลมหายใจแบบโยคะดูก็ได้(ลองหาหนังสือโยคะมาอ่านดู) ฝึกลมหายใจแบบโยคะแค่ครึ่งชั่วโมงก็เหงื่อท่วมตัวแล้ว นี่แค่หายใจอย่างเดียวนะ หรือถ้าไม่งั้นก็ร้องเพลงอ่ะจ้ะ การร้องเพลงแบบถูกวิธีก็เป็นการฝึกลมหายใจอีกแบบนึงนะ เพราะมันเป็นการหายใจแบบลึกลงไปถึงกะบังลม (ย้ำว่าถ้าร้องแบบถูกวิธีนะ) เพราะฉะนั้นเราไปเกะกันบ่อยๆเห๊อะ~ (หัวเราะ)

ที่ว่ากินน้ำมากๆทำให้ผอมลงก็เป็นหลักการเดียวกันกับเรื่องออกซิเจนนะ แต่อันนี้เราไม่ชัวร์เรื่องปฏิกิริยา (คืนอาจารย์ไปหมดแล้วฮ่ะ) รอคนเก่งเคมีมาอธิบายเพิ่มเติมให้ละกันเน้อ (^^")

★★★

สูตรลดน้ำหนักต่างๆตามฟอร์เวิร์ดเมล์

สรุปสั้นๆ...ลดได้จริง เพียงแต่ว่าคุณจะทนกินอาหารแบบนั้นได้รึเปล่าเท่านั้นเอง (กินอาหารเช้าเป็นกาแฟดำแก้วเดียวอะไรทำนองเนี้ย) และเวลากลับมากินอาหารแบบเดิมน้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้น แต่ว่าจะไม่เพิ่มขึ้นเท่าตอนก่อนลด และบางสูตรกินไปแล้วจะชินกับอาหารที่ไม่มัน พอกลับมากินแบบเดิมก็จะเริ่มเลี่ยนกับอาหารมันๆไปเองอัตโนมัติ

ตัวเราเองเคยลองสูตรพระเทพไปประมาณสองวันแล้วเลิก (= =) ด้วยเหตุผลคือเราเป็นคนชอบกินขนมกับของหวานมากกกกกก~ แล้วก็ขี้เกียจหาอาหารตามสูตรนั้นด้วย

★★★

ดีท็อกซ์สูตรฝรั่ง

อันนี้รู้มากจากครูสอนโยคะสมัยที่โยคะร้อนที่แคลิฟอร์เนียยังเป็น bikram อยู่ สูตรง่ายๆไม่ยุ่งยาก แค่งดอาหารทุกอย่างแล้วกิน apple vinegar ตลอดวันเป็นเวลาสิบวันเท่านั้นเอ๊งงงงงง~ (=[]=) เห็นครูโยคะทำกันหลายคนเหมือนกัน ทุกคนผอมเพรียวหุ่นสวยไปเลยทีเดียว แต่วิธีเราไม่เคยลองเพราะไม่ชอบรสชาติของ apple vinegar อ่ะ กินแล้วแสบคอ (แต่ที่แสบคอนี่มันจะช่วยสมานแผลในคอนะ)

คิดว่าเป็นวิธีที่ดีนะสำหรับคนที่อดทนกินน้ำส้มสายชูรสชาติแบบนั้นได้ เพราะว่าเป็นทั้งการลดน้ำหนักและการขับสารพิษของเสียในลำไส้ไปพร้อมกัน บางคนกินแล้วอาจจะบอกว่าอร่อยก็ได้ ลองไปซื้อมาชิมดูละกัน

★★★

โปรตีนไดเอ็ต

คือการลดความอ้วนโดยใช้หลักการว่า "กินโปรตีนให้มาก กินคาร์โบไฮเดรตให้น้อย"

ผู้คิดวิธีนี้บอกว่า ตัวการที่ทำให้อ้วนจริงๆคือคาร์โบไฮเดรต เพราะเมื่อร่างกายรับคาร์โบไฮเดรตเข้าไปมากๆ มันจะเริ่มเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตให้อยู่ในรูปของไกลโคเจนและไขมันซึ่งจะไปสะสมเป็นพลังงานสำรองในร่างกาย  และมันก็จะสะสมในร่างกายไปเรื่อยๆเป็นสาเหตุของความอ้วนนั่นเอง (เห็นมีคนเคยบอกว่ามันจะไปสะสมที่ช่วงขาซะเยอะ ไม่รู้จริงรึเปล่า)

คาร์โบไฮเดรตที่เรามักจะรับเข้าไปจำนวนมากโดยที่ไม่รู้ตัวคือ「น้ำตาล」อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวว่าคนไทยจำนวนมากติดหวาน อาหารตามร้านอาหารส่วนใหญ่ก็ใส่น้ำตาลมากเกินความจำเป็น ขนมของเมืองไทยก็หวานกว่าของประเทศอื่นๆ อย่างเช่นพวกป๊อกกี้น่ะ ถ้าลองซื้อป๊อกกี้รสช็อกโกแล็ตแบบอิมพอร์ทมาชิมจะรู้เลยว่ามันจะออกขมหน่อยๆ แต่ของไทยนี่หวานเจี๊ยบเลย หรืออย่างเวลาเข้าร้านก๋วยเตี๋ยว เราก็มักจะเห็นคนใส่น้ำตาลลงไปในก๋วยเตี๋ยวเป็นช้อนๆ สำหรับคนไม่กินหวานอย่างเราเห็นแล้วช็อกเลย (หัวเราะ)

วิธีนี้ลองกับตัวเองแล้วได้ผลนะ น้ำหนักไม่ได้ลด แต่รู้สึกว่าสะโพกกับต้นขาเล็กลงล่ะ แต่สำหรับคนที่กินคาร์โบไฮเดรตจำนวนมากทุกวันอาจจะเห็นผลดีกว่านี้ก็ได้นะ อย่างแม่เราปกติกินขนมปังทุกวันพอเลิกกินขนมปังก็ผอมลงไปเยอะเลย

★★★

กินอาหารวันละสองมื้อ

วิธีนี้ก็รู้สึกว่าจะถูกวิจัยมาโดยแพทย์ล่ะมั้ง เขาบอกว่าการรับอาหารวันละสามมื้อเป็นปริมาณที่มากเกินความจำเป็น และยังทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนักเกินไปอีกด้วย ทางที่ดีควรงดมื้อเที่ยง แล้วกินมื้อสายกับมื้อเย็น หรือมื้อเช้ากับมื้อบ่ายแทน

สำหรับเรา ลองแล้วมันก็ได้ผล ซึ่งมันก็แน่อยู่แล้วเพราะลดอาหารไปตั้งมื้อนึงเชียวนะ มันก็คือการลดอาหารนั่นแหละ แต่ที่เขียนไว้ก็เพื่อจะบอกว่ามันมีผลวิจัยออกมาว่าการกินอาหารน้อยลงไปมื้อนึงไม่มีผลเสียกับร่างกาย ปิดเทอมนี้ที่บอกว่าน้ำหนักลดไปห้าโลก็เพราะกินข้าวแค่สองมื้อนี่แหละ (เรากินมื้อสายกับมื้อเย็น) แต่เราก็คิดว่ามันคงใช้ไม่ได้สำหรับทุกคน เพราะบางคนระบบย่อยดี กินแล้วแป๊บเดียวก็หิวอีก แต่เราเป็นคนที่ระบบย่อยไม่ค่อยดีอ่ะ ประมาณว่ากินมื้อนึงอยู่ได้ครึ่งวัน (หัวเราะ) กินข้าวสามมื้อมันมากเกินไปสำหรับเราเพราะท้องมันจะอิ่มตลอดเวลา แบบ..ไม่หิวก็ต้องกินอีกแล้วเหรอเนี่ย??

★★★

กินเมื่อหิว

ทฤษฎีนี้บอกว่า ให้กินหลายๆมื้อทั้งวัน แต่ให้กินในปริมาณที่เหมาะสม และกินอาหารจำพวกธัญญาหารเช่นถั่วให้มาก ผลวิจัยบอกว่าที่ร่างกายสะสมพลังงานไว้ในรูปไกลโคเจนก็เพื่อดึงออกมาใช้ยามที่ร่างกายขาดแคลนพลังงาน แต่ถ้าเรากินตลอดวัน(ในปริมาณที่เหมาะสม) ร่างกายก็จะจดจำว่า ไม่จำเป็นต้องสะสมพลังงาน เพราะเดี๋ยวก็มีพลังงานเข้ามาเติมอีกตลอดวัน

วิธีนี้เราไม่เคยลองกะตัวเอง เพราะการจะให้กินในปริมาณเหมาะสมทั้งวันเราคงทำไม่ได้อ่ะ เพราะว่าเราเป็นพวกที่ถ้ากินก็จะกินแบบฟูลเซ็ต กินไปเรื่อยๆ (เป็นพวกตามใจปากอ่ะแหละ) แต่คนที่สามารถควบคุมปริมาณอาหารได้ก็น่าลองนะ

(อาจจะฟังดูเหมือนขัดกับหัวข้อข้างบน แต่เราว่ามันก็เป็นการลดภาระของกระเพาะอาหารเหมือนกันนะ แค่วิธีมันคนละแบบกันเท่านั้นเอง)

★★★

อาหารเสริมลดน้ำหนัก

ย้ำ!!「อาหารเสริมลดน้ำหนัก」ไม่ใช่「ยาลดน้ำหนัก」นะคะ!! อาหารเสริมพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ เราเคยลองใช้อยู่สองยี่ห้อคือ DHC กับ herbalife

ที่จริงอาหารเสริมลดน้ำหนักของ DHC มีหลายตัวมาก มีให้เลือกแล้วแต่พฤติกรรมการบริโภคของผู้ใช้ อย่างถ้าชอบกินของหวานให้ทานตัวนี้ หรือถ้าชอบกินของทอดของมันให้ทานอีกตัวนึง สำหรับเรา ตัวที่เคยลองชื่อการ์ซิเนีย (รูปข้างบนนั่นแหละ) สำหรับคนกินเยอะ เพราะเขาบรรยายสรรพคุณไว้ว่าจะช่วยเผาผลาญสารอาหารให้เร็วขึ้น เม็ดสีน้ำตาลซีดๆกลิ่นเหมือนน้ำมันตับปลา กินวันละห้าเม็ดหลังอาหารเช้ากลางวันเย็นก่อนนอน

ยี่สิบวันน้ำหนักลดลงไปสองกิโล ก็คิดว่าคงช่วยจริงๆแหละ เพียงแต่ว่ามันไม่ได้ปรับพฤติกรรมการกินของเรา ถ้ายังกินแบบเดิมแล้วอยากผอมก็ต้องพึ่งมันไปเรื่อยๆ ที่สำคัญคือแพงค่ะ ถ้าต้องจ่า่ยมากขนาดนี้ลดอาหารออกกำลังกายไม่ง่ายกว่าเหรอ??

อีกตัวที่เคยลองของ herbalife ไม่มีรูปเพราะจำไม่ได้ว่ากระปุกมันเป็นยังไง (หัวเราะ) สำหรัยยี่ห้อนี้ก็มีอาหารเสริมวางขายหลายแบบมากเวลาซื้อมักจะโดนเซลล์ตะล่อมให้ซื้อเป็นชุด (โดนมาแล้วค่ะ (หัวเราะ)) ตัวที่ลดความอ้วนจะเป็นผงๆไว้ชง มีรสวานิลลา สตรอเบอร์รี่ ช็อกโกแล็ต เอาไว้กินแทนมื้ออาหารเลย อร่อยนะถ้าชงกับนมจืดเย็นๆ แต่บางคนกลัวว่ากินแล้วจะอ้วนเลยชงกับน้ำเปล่า มันก็ไม่อร่อยกินไม่ลงอ่ะสิ ตัวนี้ดีอยู่อย่างคือลดความอ้วนด้วย แล้วก็ฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงขึ้นด้วย พอเลิกกินแล้วน้ำหนักก็ขึ้นนะ แต่จะไม่ขึ้นเท่าก่อนกินอ่ะ (เราเคยน้ำหนักมากสุดสี่สิบเก้า ปัจจุบันไม่เคยหนักเกินสี่สิบหก) แล้วมันจะมีตัวไฟเบอร์เป็นเม็ดไว้กินหลังตัวลดน้ำหนัก กินไฟเบอร์แล้วก็ตามด้วยน้ำประมาณลิตรนึง ไม่ต้องกลัวไม่อิ่มเลย (= =) ข้อเสียคือแพงมหาศาล เซ็ตนึงเหยียบหมื่น แต่คุณภาพก็ตามราคาล่่ะนะ

★★★

[edit]กดจุดฝ่าเท้า

เพิ่งคิดออกเลยมาเขียนเพิ่ม เรื่องการกดจุดฝ่าเท้านี่เราก็ไม่แน่ใจว่ามันช่วยเรื่องความอ้วนรึเปล่า แต่ที่แน่ๆคือทำให้รู้สึกว่าอาหารย่อยง่ายขึ้นน่ะ คือเราจะเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องกระเพาะ ย่อยอาหารไม่ค่อยดี ถ้ากินข้าวเย็นเลยหกโมงเย็นล่ะก็คืนนั้นจะไม่มีทางได้นอนเลย มันจะอึดอัดท้องไปหมด ยาช่วยย่อยก็ช่วยดิชั้นไม่ได้ค่ะ (= =) ต้องไปล้วงคออาเขียนออกอย่างเดียวเลย

ทีแรกก็ไม่รู้เรื่องจุดที่เท้าหรอกนะหรอกนะ แต่ว่าให้แม่ลองกดไปเรื่อยๆแล้วรู้สึกว่ามันจะเจ็บอยู่ที่เดียวตรงแถวๆอุ้งเท้าทั้งสองข้าง พอมาดูรูปนี้แล้วก็แบบว่า..เออ ตรงแฮะ บริเวณที่เราเจ็บเวลากดมันคือตรงที่เป็นรูปกระเพาะพอดีเลยนั่นแหละ

เวลากดจุด ก็กดลงไปแรงนิดนึงแล้วหมุนๆหน่อย บางคนอาจจะรู้สึกว่ามันมีอะไรดังกรุบๆอยู่ในเท้า ไม่จำเป็นต้องกดจนมันหายก็ได้นะ กดแก่สิบนาทีหรือเท่าที่เราทนไหวก็พอจ้ะ (มีความรู้สึกว่าถ้าให้คนอื่นกดให้มันจะดีกว่า เพราะถ้ากดเองเราจะไม่กล้ากดแรงเพราะกลัวตัวเองเจ็บอ่ะ)

กดจุดฝ่าเท้าแล้วอาจจะไล่ขึ้นมานวดขาไปด้วยก็ได้นะ เป็นการทำให้ระบบเลือดและน้ำเหลืองหมุนเวียนได้ดีขึ้น ของเสียที่สะสมอยู่บริเวณขาก็จะถูกกำจัดไปด้วย

★★★

[edit] โลชั่นนวดลดสัดส่วน

เคยใช้ของ avon ผลสรุปออกมาว่าลดจริง ขาเล็กลง เซลลูไลท์หายเกือบหมดละ เพียงแต่ว่าต้องขยันทำเป็นประจำเหมือนการออกกำลังกายนั่นแหละ ทำๆหยุดๆไม่ช่วยนะจ๊ะ หลังๆโลชั่นหมดเราก็ขี้เกียจซื้อมันแพง ก็ใช้โลชั่นทาตัวธรรมดาทาแล้วนวดเอาปกติ มันจะไม่ดีเท่าโลชั่นเฉพาะก็แค่ตรงที่เซลลูไลท์ไม่ลดเท่านั้นเอง แต่ถ้านวดไปเรื่อยๆใช้โลชั่นอะไรมันก็เล็กลงหมดแหละ เวลานวดก็กดลงไปแรงๆเลยนะไม่ต้องกลัวช้ำ บิดไปมาเป็นตัวเอสด้วยก็ได้ จะทำให้ไขมันสลายตัวได้ง่ายขึ้น

แนะนำให้นวดเวลาดูโทรทัศน์ ได้ผลมากเพราะทำแล้วไม่เบื่อ ช่วงที่ติดสงครามนางฟ้าเราก็นั่งนวดมันทุกวันเลย ขาเล็กลงไปจนคนที่บ้านทักเลยล่ะ (^^")

สำหรับเรื่องขาๆ ก็แนะนำอีกเรื่องคือพยายามอย่านั่งทับขานะ เพราะมันจะทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี แล้วขาก็จะบวม (เรานั่งทับขาจนชินไปแล้ว แก้ยากมาก (TT^TT))

★★★

ยิบย่อย

♪ อย่าให้เด็กวัยกำลังโตกินแบรนด์เป็นประจำหากเห็นว่าเด็กมีแนวโน้มที่จะอ้วน

♪ ข้าวมันไก่คือตัวอ้วนชั้นดี เราเคยน้ำหนักขึ้นห้าโลภายในเดือนเดียวเพราะกินข้าวมันไก่มาแล้ว (TT^TT) อย่าให้เด็กวัยกำลังโตกินข้าวมันไก่บ่อยๆเด็ดขาด!! แม้ว่ากินไก่ทำให้อกอึ๋มแต่จะทำให้ไม่สูงนะ เลือกเอาอย่างใดอย่างนึง (หัวเราะ)

♪ ปกติเราจะชินกับการกินผลไม้หลังอาหาร แต่ตามหลักแล้วผลไม้ควรกินเวลาท้องว่าง เพราะร่างกายจะได้ดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุได้เต็มที่

♪ ชั่งน้ำหนักทุกวันตอนเช้า เพื่อระวังไม่ให้น้ำหนักขึ้นทีละเยอะๆ

♪ ถ้ารู้สึกหิวให้พยายามกินสารอาหารประเภทโปรตีน แต่ถ้ารู้สึกเพลียให้กินพวกน้ำตาล น้ำผึ้งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่กำลังเพลียหรือช็อก เพราะน้ำตาลในน้ำผึ้งจะถูกดูดซึมไปใช้ได้ง่ายที่สุด

♪ apple vinegar ที่พูดถึงในเรื่องดีท็อกซ์ ช่วยลดอาหารเป็นตะคริวได้ด้วยนะ มีช่วงนึงเราตื่นมากลางดึกทุกคืนเพราะเป็นตะคริวที่ขา พอกินไอ้นี่ไปสองวันหายสนิทเลย

♪ นอกเรื่องๆ อาหารเสริมคอลลาเจนกับไฮยารูรอนของ DHC กินแล้วผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นทันตาเห็นจริงๆ ช่วงที่กินนี่หน้าใสเด้งเลยล่ะ แต่พอเลิกกินแล้วก็กลับมาเหมือนเดิม (หัวเราะ)

★★★

ไว้แค่นี้ละกันน้า~ รวมๆก็เกือบจะครบแล้วล่ะ
บางอย่างที่เราเคยลองแล้วว่าจะเขียนแต่ลืมไปก็มี นึกไม่ออกแล้วล่ะตอนนี้ (= =)

ขอตัวไปลัลล้ากับห้อง(เรียน)ใหม่ละ (หัวเราะ) พรุ่งนี้มอบตัวจ้ะ
ได้อยู่ห้องแอร์ตรงข้ามห้องน้ำข้างห้องพยาบาล มีโทรทัศน์และเครื่องเล่นวีซีดีในตัว
มีห้องไหนในโรงเรียนไฮโซกว่านี้อีกมั้ย~!! (≧ω≦)


ps*
วันไหว้ครูก็จะได้รับโล่แล้วววววววว~ (≧ω≦)
ความฝันหนึ่งเดียวของเราในการเรียนสายวิทย์ญี่ปุ่น!! (หัวเราะ)
ไปล่ะ บ๊ายบี~

★★★ 

[edit2] เพิ่มเติมเรื่องการลดส่วนขา

ขอโทษที่มาอีดิทช้าไปหน่อยนะคะ กำลังยุ่งๆกะจัดการหนังสือเรียนอยู่ (^^")

สำหรับการลดส่วนขานั้นก็มีหลายวิธี ที่เห็นกันบ่อยสุดก็คงจะเป็นท่า exercise ตามนิตยสารต่างๆอย่างเช่นท่าปั่นจักรยานอากาศ ก็ได้ผลจริงๆนะ แต่ว่าต้องขอบอกก่อนว่า ขาเป็นอวัยวะที่ทำให้เล็กได้ยากที่สุดในร่างกาย โดยเฉพาะ "น่อง" น่ะค่ะ เพราะฉะนั้นการ exercise ก็ต้องใช้ความอดทนและความต่อเนื่องอย่างมาก

ท่านึงที่เพื่อนเคยบอกมาแล้วเราเห็นว่ามันได้ผลเร็ว คือท่าลดต้นขาโดยการยืนจับเก้าอี้ไว้ ยกขาข้างนึงขึ้นมาทำมุมกับพื้นประมาณสี่สิบห้าองศา นับหนึ่งถึงสิบ(ช้าๆ)แล้วยกขาลง ทำสลับกันไปเรื่อยๆประมาณสิบห้านาที หรือตามแต่ที่จะมีเวลาว่าง ทำไปเรื่อยๆก็ได้ (เราเป็นคนไม่ค่อยชอบนับเซ็ตอ่ะนะ แบบ...ในคู่มือเขียนว่าให้ทำเท่านั้นเซ็ตเท่านี้เซ็ตเราก็จะไม่ค่อยทำตามนั้นเท่าไหร่ ทำตามความพอใจซะมากกว่า (หัวเราะ))

ส่วนการนวดลดขา ขั้นตอนของเราก็คือทาโลชั่นให้พอลื่นๆก่อนจะได้นวดง่าย(ทาทีละข้างนะ) แล้วก็ชันเข่าข้างที่ทาโลชั่นขึ้นมาให้มันทำมุมป้านกัน หลักคือต้องให้กล้ามเนื้อขาผ่อนคลายนะคะ ถ้าชันเข่าขึ้นมามากๆกล้ามเนื้อจะแข็งนวดไม่ได้ แล้วก็ห้ามเกร็งด้วย เริ่มนวดจากข้อเท้าขึ้นมาช้าๆ สำหรับเราจะลงแรงค่อนข้างหนักแต่ไม่ถึงกับต้องหยิกเน้อ (นวดแบบหงายมือขึ้นช้อนใต้ขาน่ะค่ะ) พอนวดขึ้นมาถึงต้นขาก็ให้ใช้สองมือผลัดกันนวด แล้วก็กลับไปเริ่มที่ข้อเท้าใหม่ คือนวดจากล่างขึ้นบนนั่นเอง

อาจจะอธิบายเข้าใจยากไปหน่อย+ไม่มีรูปประกอบขออภัยด้วยนะคะ
ยังไงก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันค่ะ (^^")