ปัญหาเรื่องการแต่งงาน
posted on 26 Apr 2005 11:02 by yvesnoir in journal
หลายวันก่อนที่ไปเจอกระทู้เกี่ยวกับการดูตัวในบอร์ด
ผมรู้สึกว่า สมัยนี้ทัศนคติเกี่ยวกับการแต่งงานเปลี่ยนไปมากทีเดียว
หลายคนบอกว่า
เงิน ไม่ใช่ส่วนจำเป็นในการเลือกคู่ครอง
สิ่งที่สำคัญคือ ความรัก ที่มีให้แก่กัน
อันนี้ผมเห็นด้วยนะ
(แต่คุณก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้เงิน ;D)
ถ้าให้ผมแต่งงานกับเศรษฐินีหมื่นล้านแต่งี่เง่าเฮงซวยและผมไม่ได้รัก ผมก็ไม่เอาหรอก
แต่ปัญหามันก็อยู่ที่เรื่องความรักนี่แหละ
รักกันแบบไหน?
ผมเห็นคู่แต่งงานหลายคู่ที่ก่อนแต่งรักกันมากเหลือเกิน
ยกตัวอย่างคนใกล้ตัวผมนี่เองแหละ
ไปไหนไปด้วยกัน ตัวแทบจะติดกันเป็นปาท่องโก๋ หวานแหววจู๋จี๋กันซะ...
ผมเห็นแล้วยังอายแทนน่ะ
แต่พอแต่งงานกันไปแล้ว มีลูกด้วยกันก็แล้ว กลับทะเลาะกันจนแทบจะหย่า
มันทำให้ผมคิดว่า
คนสมัยนี้รู้จักคำว่า ความรัก ดีแล้วงั้นหรือ?
การที่คนสมัยก่อนให้ลูกหลานดูตัวแต่งงานเร็วๆเพราะอะไร?
ก็เพราะป้องกันการเสียตัวก่อนแต่งงานไงครับ
ยิ่งอายุน้อย ความรู้เรื่องเซ็กซ์ย่อมน้อยตาม
ผู้หญิงอายุ 13-14 ก็ต้องบริสุทธิ์อยู่แล้ว ช่วงนี้แหละที่เขามักจะจับให้แต่งงาน
อ้าว...? แล้วอย่างนี้ก็ไม่มีโอกาสได้เลือกคู่น่ะสิ
แน่นอนว่าบางครั้งคู่ที่ผู้ใหญ่จับให้มันจะดีบ้างไม่ดีบ้าง
แต่ส่วนใหญ่เลยเนี่ยนะ (ไม่อิงหนังน้ำเน่า โปรดลบภาพในหนังน้ำเน่าออกให้หมด)
คนที่ถูกจับคู่ให้แต่งงานแบบนี้มักจะร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันจนรักกันไปเอง
แล้วผู้หญิงสมัยก่อนถ้าหย่า เขาจะถือว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี
ไม่ใช่สมัยนี้ แต่งแล้วหย่า หย่าแล้วแต่งใหม่
แต่งงานแล้วไม่สามารถหย่าได้ เป็นการฝึกความอดทนนะครับ
อดทนต่อชีวิต อดทนในคู่ครองของตน
จนสุดท้ายก็ต้องมีซักวันที่เห็นใจและรักกันนั่นแหละ
การแต่งงานไม่ใช่ฉากจบ แต่เป็นการเริ่มชีวิตใหม่
แล้วทำไมเราจะเริ่มอะไรใหม่ๆหลังแต่งงานไม่ได้?
คนสมัยนี้ที่รักกันแทบเป็นแทบตาย
พอแต่งงานกันแล้วเกิดลำบากก็ทิ้งกันไปเพราะอะไร?
ก็เพราะไม่ได้รักกันจริงไงล่ะครับ
ผมถึงบอกว่าสมัยนี้คนที่รู้จัก ความรักที่แท้จริง มีน้อยลงไปทุกที
คนที่แยกแยะระหว่าง ความรัก กับ ความใคร่ ไม่ออกก็มีมากเหมือนกัน
ความใคร่ มันหมายความว่า อาการอยากมีเซ็กซ์ (หรือติดสัด ในสัตว์นั่นเอง)
แต่ ความรัก มันลึกซึ้งกว่านั้น
"ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว
ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตัวเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด
ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ
ความรักทนได้ทุกอย่างแม้แต่ความผิดของคนอื่น
และเชื่อในส่วนดีของเขาเสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง
ความรักไม่มีวันสูญสิ้น แม้ว่าการเผยแพร่พระวจนะจะเสื่อมสูญไป..."
1คร. 13:4-8
ความรัก คือความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข
แม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความรักนั้นก็ตาม
(ผมพูดประโยคนี้บ่อยมากๆๆนะครับ
อยากเอาข้อสอบวิชาจริยะของรร.ผมมาให้อ่านจังเลยแฮะ)
ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ที่บอกว่า เมียหลวงฆ่าผัว ฆ่าเมียน้อยเพราะหึง
หรือที่เรียกกันว่า "ความรักทำให้คนตาบอด"
ผมล่ะอยากจะค้านจริงๆ ว่านั่นไม่ใช่ ความรัก ซักหน่อย
การฆ่ากัน ทำร้ายกันเพราะความหึง
มันก็แค่ ความเห็นแก่ตัว ดีๆนี่เอง
เป็นแค่ รักเทียม ความงี่เง่าของมนุษย์ที่ไม่รู้จักการรักให้เป็น
รักเทียม มันคือความที่ปรารถนาให้ตนเองมีความสุขจากรักของผู้อื่น
รักเขา...อยากให้เขารักตอบโดยไม่สนใจซักนิดว่าเขาจะรู้สึกยังไง
อยากให้คนอื่นมาแคร์ตัวเอง โดยที่ตัวเองเป็นฝ่ายได้อยู่ฝ่ายเดียว
ยกตัวอย่างนะครับ ต่อไปนี้เป็นคำตอบของข้อสอบวิชาจริยะที่ผมเขียนลงไป :
"สมมตินางสาวเอ ไปรัก นายบี แต่นายบี ไม่รักนางสาวเอ เพราะนายบีเป็นแฟนกับนางสาวซี
ถ้านางสาวเอ รักนายบีด้วยความจริงใจ นางสาวเอก็ย่อมดีใจที่คนที่ตนรักมีความสุขกับนางสาวซี
แต่ถ้านางสาวเอรักนายบีด้วยรักเทียม นางสาวเอก็จะพยายามแย่งนายบีมาเป็นของตน
เพราะการมีรักเทียมจะมีความสุขไม่ได้หากไม่มีการรักตอบ"
การแต่งงาน ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเพราะรักเทียม เป็นเรื่องที่อันตราย
เพราะเมื่อใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแล้ว รักเทียมต้องมีซักวันที่จืดจาง
เมื่ออีกฝ่ายไม่สามารถตอบสนองความต้องการของอีกฝ่ายได้ ทุกอย่างก็จบ
แต่ รักแท้ ไม่ใช่เช่นนั้น
รักแท้ไม่มีวันสิ้นสุด แม้ว่าจะไม่ได้รับการตอบสนองจากอีกฝ่ายก็ตาม
การแต่งงานนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สามีภรรยาต้องปฏิบัติต่อกันอย่างดี
ถ้ามีสายสัมพันธ์เป็นรักเทียม
ทั้งคู่ก็ต้องพยายามไขว่คว้าหาเอาความรักจากอีกฝ่าย
ต้องการที่จะเป็นผู้รับ โดยที่ไม่มีใครให้
ฉันจะเอา เธอก็จะเอา แล้วใครจะเป็นคนให้?
แต่รักแท้คือ การให้ ครับ
ฉันให้เธอ เธอให้ฉัน ให้กันและกัน มันก็มีความสุข จริงมั้ยล่ะ?
"สามีพึงปฏิบัติต่อภรรยาตามควร และภรรยาก็พึงปฏิบัติต่อสามีตามควรเช่นเดียวกัน
ภรรยาไม่มีอำนาจเหนือร่างกายของตน แต่สามีมีอำนาจเหนือร่างกายของภรรยา
ทำนองเดียวกันสามีไม่มีอำนาจเหนือร่างกายของตน แต่ภรรยามีอำนาจเหนือร่างกายสามี"
1คร. 7:3-4
สรุปว่า...ถ้าทั้งภรรยาและสามีให้เกียรติกันและกัน
รักกันด้วยความรักที่หวังให้อีกฝ่ายใความสุข
ความรักหรือการแต่งงานก็ไม่ใช่การผูกมัด
ไม่มีความหึงหวง มีแต่ ความห่วงใย กันเท่านั้น
ขอให้ทุกคนทำความเข้าใจกับคำว่า ความรัก ให้ดีนะครับ
ถ้าคนทุกคนรู้จักที่จะมอบความรักให้แก่กันและกัน
ปัญหาสังคมก็คงจะลดลงไปได้เยอะมากๆเลยล่ะ ^^







เห็นด้วยทุกอย่างเลยค่ะ
#1 By ~ K o t o k o ~ on 2005-04-26 11:24