*[JUST TALK]
posted on 15 Nov 2005 09:28 by yvesnoir in journal(อธิบายหัวข้อ) พูดกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น
-ผมเกิดที่กรุงเทพ สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย แต่ปู่ย่าตายายมาจากเมืองจีน และปู่กับย่าจะเป็นคนอนุรักษ์นิยมมาก รักประเทศจีนยิ่งกว่าชีวิต และแน่นอนว่าคนรักประเทศจีนจะเกลียดญี่ปุ่นเข้ากระดูก ผมไฟท์กับที่บ้านนานมากกว่าจะได้เรียนญี่ปุ่นจริงๆ
-เริ่มพูดภาษาไทยได้ตอนเข้าอนุบาล ก่อนหน้านั้นพูดจีนตลอด
-น้องผมยิ่งกว่านั้นอีก เข้าอนุบาลแล้วยังพูดไทยไม่ได้เลย
-ก่อนเข้าอนุบาล อยากเรียนหนังสือมาก ให้แม่ไปซื้อชุดนักเรียนมาให้ใส่ เพราะฉะนั้นรูปตอนเด็กๆผมตั้งแต่อายุ 2-3 ขวบ จะใส่ชุดนักเรียนตลอด แต่ตอนนี้เริ่มเบื่อการเรียนอย่างมาก
-ตอนอนุบาล เคยเย็บปากไป 2 ครั้ง ครั้งแรกตกเก้าอี้ที่บ้าน มุมปากข้างซ้ายแตก ครั้งที่สองเอาคางไปชนกับตู้ที่โรงเรียน ถ้าเป็นตอนนี้มันคงไม่แตกหรอก แต่สมัยนั้นยังเด็ก เนื้ออ่อนมั้ง เลือดกระฉูดเลย ยังจำได้ว่าเพื่อนผู้ชายคนนึงบอกว่า "ถ้าเป็นผู้ชายก็ดีสิ จะได้ทนความเจ็บได้" มันเกี่ยวตรงไหนวะ?
-อนุบาล 3 อยู่กลุ่มเดียวกับเด็กผู้ชายเฮ้วๆในห้อง เคยชกกับเด็กผู้ชายห้องข้างๆแล้วชนะ โดนครูทำโทษเลย
-ตอนอนุบาล 3 จะเรียนพิเศษที่แถวเสาชิงช้า แล้วดันทะเลาะกับเด็กผู้ชายที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน ทีนี้ผมร้ายหนัก เอาดินสอไปจิ้มตาเขาเลย โดนครูด่าหนักสุดๆ จากวันนั้นแล้วก็เลิกเรียนไปเลย
-ป.1 สอบติดที่เซนต์โย แม่ดีใจจนน้ำตาไหล แต่ผมไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะไม่ชอบเครื่องแบบเอี๊ยมล่ะมั้ง
-ตั้งแต่ขึ้นป.4 พูดน้อยลงไปเยอะ เพราะไม่มีเรื่องให้พูดกับเพื่อน สมัยนั้น ผมเป็นคนที่ประหลาดมากๆ ในขณะที่เพื่อนฟังเพลงไทยสากลอย่างพวก China Doll, โน้ตตูน ฯลฯ เพลงที่ผมฟังคือเพลงคลาสสิคกับดนตรีไทย ในขณะที่เพื่อนๆดูละครทีวีกัน ผมกลับนั่งอ่านหนังสือ เริ่มศึกษาภาษาและวัฒนธรรมต่างชาติ (ซึ่งในตอนนั้นก็คือญี่ปุ่นนั่นแหละ) สรุปว่าเป็นคนที่โคตรเชยนี่เอง คุยอะไรกับเพื่อนไม่ได้ ต้องมาคุยกับเพื่อนแม่ที่จบมาจากต่างประเทศ เพื่อนแม่คนนี้คุยสนุกสุดๆ เพราะเขาเป็นบรรณาธิการหนังสือ แล้วก็มีเรื่องให้คุยเยอะมาก
-เกมคอมที่รู้จักเกมแรกคือ The Sims ตอนนั้นคอมที่บ้านยังเป็น Pentium I อยู่เลยมั้ง ต้องซื้อคอมใหม่เพื่อมาเล่นซิมส์โดยเฉพาะ และเป็นเกมที่ยังติดตามมาจนถึงปัจจุบัน
-ส่วนเกมเพลย์นั้นเล่นเก่งอยู่เกมเดียวคือ Bolujou Monogatari แปลตรงๆว่าตำนานบ้านไร่ ส่วนคนไทยเรียกว่า เกมปลูกผัก
-อยู่เมืองไทยมีคนบอกว่าหน้าตาน่ารัก หน้าเหมือนเด็กญี่ปุ่น (เคยเข้าสปาแล้วเจ้าของร้านทักเป็นภาษาอังกฤษซะงั้น) แต่ผมไม่เคยมองว่าตัวเองหน้าตาดีนะครับ = ="
-ตอนเลือกคณะที่โรงเรียน เลือกไปว่าจะเรียนมนุษยศาตร์ แต่จริงๆแล้วจะไปสอบวิทย์-คอมที่เตรียมฯ แต่จริงๆของจริงๆอีกทีคือ ผมอยากเรียนสายศิลป์มากกว่า
-ชอบอะไรที่เป็นปรัชญา ศาสนา จิตวิทยา หนังสือบางเล่มที่แม่ผมอ่านแล้วโยนทิ้ง ผมกลับว่ามันสนุก จนวันนี้ผมกับแม่อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง คนละแนวกันอย่างสิ้นเชิง
-ดูเหมือนคนรู้จักการ์ตูนเยอะมาก แต่ที่จริงเพิ่งเริ่มอ่านการ์ตูนตอนขึ้นม.1 เอง เรื่องที่อ่านคือ ชาแมนคิง
-ชาแมนคิงเป็นเหมือนกับใบเบิกทางผมสู่โลกการ์ตูน มันทำให้ผมรู้จักการ์ตูนอีกหลายๆเรื่อง ทำให้ผมรู้จักเล่นบอร์ด ทำให้ผมได้เจอคนในบอร์ดหลายๆคน ทำให้ผมรู้จักการมีท ทำให้ผมรู้กคำว่า ฟิค Y ทำให้ผมได้มีที่สิงคือบอร์ด TWWNN จนถึงทุกวันนี้
-ดูเหมือนคนเล่นไฟนอลมาแล้วทุกภาค แต่ในความเป็นจริง เคยเล่นแค่ภาค 8 ภาคเดียว แถมยังเล่นไม่จบอีกต่างหาก
-มีคนเคยบอกว่า อิมเมจผมในบอร์ดดูเป็นผู้ใหญ่มาก เคยไปมีทครั้งนึงแล้วเจอคนอายุมากกว่าเรียกพี่ = =" แต่ที่จริงผมเกือบจะอายุน้อยที่สุดในบอร์ดด้วยซ้ำ บางคนเจอตัวจริงแล้วเหวอ เพราะอิมเมจผิดกับในบอร์ดมาก
-เริ่มมาสนใจตัวเองเมื่อตอนขึ้นม.ต้น(ประมาณม.2) ก่อนหน้าไม่เคยแม้แต่จะหวีผมก่อนออกจากบ้าน
-เมื่อก่อนเคยอ่านนิยายเกาหลีและการ์ตูนบงกช แต่หลังจากอ่าน รักเต็มร้อยจากเท็ดดี้บอยสุดเฮ้วจบไปแล้ว ผมก็ระลึกถึงสัจธรรมที่ว่า "เรื่องความรักของหนุ่มสาวช่างเป็นอะไรที่ไร้แก่นสารและไร้สาระอะไรเช่นนี้" แล้วก็เลิกอ่านไปเลยทั้งนิยายเกาหลี ทั้งการ์ตูนบงกช
-รู้จักโอตสึอิจิเพราะเพื่อนอ่านเรื่อง GOTH ให้ฟังตอนอยู่ที่โรงเรียน
-แล้วก็เพื่อนคนนี้แหละ ที่แนะนำให้ผมรู้จัก Y ส่วนการ์ตูน Y เรื่องแรกที่ผมอ่าน เพื่อนคนนี้เอามาให้ยืม ชื่อเรื่อง "ริคาระ" มารู้เอาทีหลังว่าเรื่องนั้นน่ะเรทแรงเอาการทีเดียว
-มีคนรู้น้อยมาก ว่าผมอ่าน Fushigi Yuugi(มันหวานไปสำหรับตรูเรอะ?) และชอบทาสุกิมากกว่าโฮโตโฮริซะด้วย เศร้าที่สุดกับเรื่องของทาทาระและซึซึโนะ...แม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก แต่ถ้าเธอมีความสุข ข้าก็มีความสุขด้วย เพราะเช่นนี้สายใยแห่งรักจึงไม่มีวันขาดลง...
-เรื่องที่หงุดหงิดมากตอนนี้ ไม่มีคนเชื่อเลยซักคนว่าชอบซาราคิ เคมปาจิ หัวหน้าหน่วย 11 จาก Bleach เพราะใครๆก็นึกว่าล้อเล่นแม้กระทั่งคุณอา = =" ผมชอบคนนี้จริงๆนะ
-ไม่เคยรักใครเลยแฮะ เคยมีแต่ปลื้ม ปลื้มขั้นรุนแรง อะไรทำนองนี้ แต่ไม่เคยคิดจะรักใคร
-เรื่องที่ไม่ชอบอย่างนึงคือคนใส่สร้อยกางเขน ต่างหูกางเขน เสื้อลายกางเขน และสารพัดที่เป็นลายกางเขน ที่จริงกางเขนเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา แสดงให้เห็นถึงแอกที่พระเยซูเจ้าทรงแบกรับไว้นะครับ ไม่ใช่อะไรที่เท่เลยซักนิด แต่วัยรุ่นไร้สมองบางคนเอามันมาใส่เล่น โดยไม่คิดคำนึงถึงอะไรเลย ผมเองก็มีสร้อยกางเขนนะครับ แต่เส้นนั้นได้เป็นของขวัญวันเกิด ทองคำขาวแท้ และเป็นกางเขนที่เป็นสัญลักษณ์ของคาธอลิกจริงๆ (มีพระเยซูถูกตรึงอยู่บนกางเขนด้วย) ผมอยากให้คนใส่กางเขน ใส่เพราะรับรู้ถึงความรักของพระเป็นเจ้าจริงๆมากกว่า
-ตอนเด็กๆคิดว่าสิ่งของทุกอย่างมีชีวิตจิตใจ เพราะฉะนั้นเวลากินขนมเลยไม่ทิ้งห่อ แต่เก็บรวมกันเอาไว้ในเก๊ะ โต๊ะทำงานที่บ้านก็เต็มไปด้วยตุ๊กตา แถมยังเอาโต๊ะมาทำเป็นบ้านตุ๊กตาอีกแน่ะ แต่ตอนนี้วันดีคืนดีก็ยังหยิบบาร์บี้ออกมาเล่นอยู่นะ
-ชอบสีม่วงก่อนจะรู้จัก Y ซะอีก แต่เพื่อนบางคนไม่เชื่อ
-รู้จักงานการ์ตูนงานแรกคือ VBK#4 ไปมีทครั้งแรก Comic Market#1 และคอสครั้งแรก VBK#5
-นับถือวิคคา แต่ไม่ได้เต็มรูปแบบอย่างที่ออกไปปราบผีทุกวันหรอกนะ ยังไม่เก่งขนาดนั้น แค่เอาหลักของศาสนามาปรับใช้กับศาสนาอื่นๆอย่างคาธอลิกกับพุทธเท่านั้นเอง
-ที่บ้านเป็นคอการเมือง ตั้งแต่ปู่ที่หัวเอียงซ้ายเชียร์ประธานเหมาเจ๋อตุง พ่อจบกฏหมาย แม่ก็เคยเรียนนิติ รามฯไปเทอมนึง และแม่อยากเป็นนักกฏหมายมาก แต่ผมสอบวิชากฏหมายได้ห่วยแตกและไม่เคยคิดชอบกฏหมายเลยซักนิด
-ไม่ได้เก่งญี่ปุ่นอย่างที่ใครๆเข้าใจกัน เพิ่งเรียนอย่างจริงจังมาปีกว่า และยังไม่ได้สอบวัดระดับเลย
-ไม่ค่อยเป็นที่ชอบหน้าของเพื่อนๆซักเท่าไหร่ แต่อันนี้ไม่แคร์ ผมไม่ผูกพันกับรุ่นอยู่แล้ว แต่ครูสอนวิทย์เกือบทุกคนจะชอบผม ทั้ที่ผมได้คะแนนวิทย์ห่วยแตกพอๆกับวิชากฏหมาย
-ที่จริงทรงผมผิดระเบียบโรงเรียน ครูประจำชั้นบอกว่ามันถูกกฏ แต่มีครูสอนสุขศึกษาท่านนึงจ้องหัวผมตลอดเวลา เจอกันทีไรต้องบอกให้ติดกิ๊บทุกทีสิน่า ตอนนี้ครูสุขศึกษาท่านนั้นย้ายไปสอนม.ปลายแล้ว ผมสบายใจกับเรื่องทรงผมขึ้นเยอะเลย
-ชอบถ่ายรูปมากกว่าเป็นคนถูกถ่าย ทะเลาะกับแม่เรื่องการถ่ายรูปมาตลอด เพราะผมชอบถ่ายวิว ถ่ายรูปคนอื่น แต่แม่ผมก็ชอบถ่ายรูปแบบที่มีตัวเองไปยืนยิ้มอยู่กับวิวน่ะ น่าเกลียดชะมัดยาด
จบดีกว่า (คิดไม่ออกแล้ว)
ตอบคำถามของคราวที่แล้วครับ
1. ถ้าต้องย้อนยุคกลับไปในประวัติศาสตร์ คิดว่าตัวเองเหมาะสมกับยุคสมัยใดมากที่สุดคะ? ทำไมถึงคิดอย่างนั้น
<<ยุคไทโชของญี่ปุ่น ถึงผมจะชอบยุคเอโดะมากกว่า แต่คิดว่าตัวเองคงเหมาะกับยุคไทโช เพราะยุคนั้นเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้น ผมคิดว่ามันคงจะสนุกดีที่ได้เห็นวัฒนธรรมทั้งเก่าและใหม่มาผสมผสานกันในยุคนี้ เริ่มตั้งแต่การแต่งกายที่เปลี่ยนไปในทางสากลมากกว่ายุคเมจิ และอะไรอีกหลายๆอย่าง ผมเป็นคนชอบการเปลี่ยนแปลง ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ถ้าเห็นการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วแบบนี้คงจะมีความสุขน่ะครับ
2. ถ้าเปรียบชีวิตของคุณเป็นเกม คิดว่ามันเป็นรูปแบบไหน? (rpg, ยิงกระจาย, ฯลฯ)
<<ผมไม่ค่อยเล่นเกมนะ เพราะเล่นไม่เก่งเอาเลย แต่คิดว่าคงเป็นเกม RPG เพราะชีวิตคนเรามันก็เหมือนเกม RPG นั่นแหละ อธิบายไม่ค่อยถูก ตอบแค่นี้ละกัน
3. ตัวเลขที่มีความหมายกับคุณมากที่สุดคือ? (จะจำนวนเท่าไหร่ก็ได้ค่ะ ไม่จำกัด) เพราะอะไร?
<<เลข 3 ครับ เพราะข้อนี้เป็นข้อที่ 3 ผมเกิดปี 33 ตอนนี้เรียนอยู่ช่วงชั้นที่ 3 ม.3 เลขที่ 3 และผมเลขที่ 3 มา 3 ปีแล้ว
4. เรื่องที่คิดว่า "เจ๋ง" ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับคุณ
<<ข้อนี้ตอบยากแฮะ เรื่องที่คิดว่าเจ๋งเลยจริงๆสำหรับตัวเองยังไม่มี เพราะผมยังไม่บรรลุเป้าหมายอะไรซักอย่างในชีวิต ถ้าเป็นตอนนี้ก็คงจะตอบว่า "การที่ยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้" ล่ะมั้ง อย่างที่เล่าว่าผมเคยฆ่าตัวตายไปหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้น การมีชีวิตอยู่นี่ก็เป็นเรื่องที่เจ๋งที่สุดแล้วล่ะ ^^
5. ตัวการ์ตูนที่มีความหมายกับคุณมากที่สุด (จะแง่ไหนก็ได้ แล้วแต่ตีความค่ะ) เพราะอะไร?
<<เยอะแยะมากมาย ตอบโฮตารุจาก SD Kyo ก็แล้วกัน ถึงจะไม่ได้ชอบตานี่มากที่สุดในเรื่อง แต่ผมชอบประโยคที่โฮตารุพูดกับชินเรที่ว่า "ไม่ว่าทางนั้นจะเป็นยังไงก็แล้วแต่ ขอเพียงเป็นทางที่เดินด้วยขาของตัวเอง มองด้วยตาของตัวเอง และเลือกด้วยตัวของตัวเองก็พอแล้ว" มันทำให้ผมกล้าที่จะเดินต่อไปข้างหน้าอย่างที่ไม่ต้องกลัวอะไร ถือว่าทำให้ผมกล้ามากขึ้นในการตัดสินใจน่ะ
PS คราวหน้าอยากอัพเพลง...บล็อกตรูกลายเป็นบล็อกเพลงไปแล้วสินะ = ="
เป็น Character Song ของอากิระ จาก SD Kyo ชื่อเพลงว่า คมเขี้ยวของต้นหญ้า
อะฮ่า~~ สนใจแล้วล่ะสิ (ใครสนกะแกด้วย หา?)
เสียใจนิดหน่อยที่แปลไม่ค่อยออก แต่จะพยายามแปลให้มากที่สุดครับ ^^











ยะเองนะค่ะ เปลี่ยนบลอคค่ะ
ลบอันเก่าทิ้งด้วยนะ
อ่านแล้วสนุกดีค่ะประวัติๆ ขอนุยาดเอาไปเขียนเล่นๆมั่งดีก่านะ
#1 By rei on 2005-11-15 16:10