ฉันอยู่นี่..ศัตรูที่รัก*
posted on 06 Nov 2008 19:05 by yvesnoir in story-telling
พอดีเมื่อวาน ต้องออกไปรายงานหลักธรรมวิชาพระพุทธศาสนา
คิดอะไรไม่ออก ก็เลยคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
((ขออภัยที่เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนังสือชื่อ "ฉันอยู่นี่..ศัตรูที่รัก"
แต่เราขอยืมชื่อมาเพราะคิดชื่อเอนทรีไม่ออก))
นานมาแล้วมีกษัตริย์จีนองค์หนึ่ง ได้ประกาศหนักแน่นกับขุนนางทั้งหลายว่า พระองค์จะกำจัดศัตรูทั้งหมดของพระองค์ให้หมดไปจากอาณาจักร
หลายเดือนผ่านไป บรรดาขุนนางเหล่านั้นก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่ากษัตริย์ของพวกเขา กำลังเดินเล่นชมอุทยานในวังและพูดคุยกับคนสองสามคนที่เป็นศัตรูของพระองค์อย่างออกรส ขุนนางผู้หนึ่งจึงทูลถามกษัตริย์ว่า ทรงลืมสัจจะที่เคยประกาศไว้ว่าจะกำจัดศัตรูทั้งหมดในอาณาจักรแล้วหรือ
กษัตริย์ยิ้มแล้วตอบคำถามขุนนางผู้นั้นว่า
"เราได้กำจัดศัตรูทั้งหมดของเราออกจากอาณาจักรแล้ว ที่อยู่ตรงนี้มีเพียงมิตรของเราเท่านั้น"
เป็นบทความจากหนังสือ "เมล็ดพันธุ์แห่งปรีชาญาณ เล่มสอง" เรียบเรียงใหม่ในภาษาของเราเอง
ถ้ากษัตริย์ในเรื่องเลือกที่จะกำจัดศัตรูด้วยการทำสงคราม มีอะไรบ้างที่ต้องสูญเสีย ทั้งกำลังไพร่พลทั้งสองฝ่าย งบประมาณในการทำสงคราม ชีวิตประชาชนที่ไม่รู้เรื่องราว สิ่งเหล่านี้คุ้มค่าแล้วหรือที่จะเสีย เพียงเพื่อต้องการจะทำลายล้างฝ่ายศัตรู ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลย
คนเราย่อมมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน และย่อมมีข้อขัดแย้งอยู่เสมอ แต่แทนที่เราจะกำจัดศัตรูของเราด้วยกำลัง ฆ่าฟันกัน ทำร้ายกัน ซึ่งไม่ได้สิ่งที่เป็นผลดีกับฝ่ายไหนเลย เพราะสุดท้ายแล้วย่อมมีคนบาดเจ็บล้มตายและเจ็บปวดกับการกระทำเหล่านั้น ทำไมเราจึงไม่หันหน้าเข้าหากันและพูดคุยแลกเปลี่ยนทรรศนะด้วยปิยวาจา ภาษาของเรามีคำมากพอที่จะอธิบายความและทำให้คนสองฝ่ายปรับความเข้าใจกันได้ เพียงแค่เรายอมที่จะฟังและทำความเข้าใจกับเหตุผลของอีกฝ่ายเท่านั้น
เพียงแค่เรารักกันมากกว่านี้ เราก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข จริงมั้ย??
edit : ตอบคอมเมนท์ค่ะ
หนังสือเมล็ดพันธุ์แห่งปรีชาญาณ เล่มสองก็ยังเป็นแนวคริสต์อยู่ค่ะ
แต่เราว่าเป็นหนังสือที่ให้ข้อคิดทุกบทความเลยนะคะ ไม่จำเป็นต้องนับถือคริสต์ก็อ่านได้
((รู้สึกว่า จะออกเล่มสามนานแล้วด้วย แต่พอเราออกจากโรงเรียนคาทอลิกก็ไม่รู้จะไปซื้อได้ที่ไหน))







ส่วนพวกเรื่องความขัดแย้งขัดใจกัน
มันจะเกิดขึ้นเสมอ เพียงแต่เรามีวิธีลบเลี่ยงมันยังไง
ปัญหาโลกแตกเนอะ
#1 By ☆ TIMO ☆ on 2008-11-06 19:41