ไปค้นสมุดเก่าๆแล้วเจอกลอนที่แต่งไว้สมัยม.สี่ล่ะ
(ท่าทางตอนนั้นจะว่างมาก (หัวเราะ))


สมอง

สองมือกร้านจับมีดยาวท่าเตรียมพร้อม
จุดเครื่องหอมให้ผ่อนคลายคล้ายหลับไหล
เหยื่อนอนนิ่งไร้ซึ่งความเคลือบแคลงใจ
จากนั้นไซร้กดมีดลงอย่างนวลเนียน

เส้นสีเทาพันเกี่ยวเป็นเกลียวคด
บีบตัวขดอยู่ในใจกลางเศียร
หล่อเลี้ยงด้วยสายเลือดที่วนเวียน
กลิ่นคละคลุ้งน่าอาเจียนอยู่ร่ำไป

ไม่รีรอสองมือแขวะหัวแหวก
มือชำแรกแทรกซอนดุจเหล็กไหล
กระชากออกดึงก้านสุดหลุดทันใด
สมองใสอยู่ในมือชั่วพริบตา

แล้วรีบเอาน้ำเกลือมาลงแช่
เพื่อให้เชื่อว่าสดแท้เป็นแน่หนา
ดังนี้แล้วรีบขายเอาราคา
เพราะสมองเป็นตัวยาบำรุงกาย

ศพนั้นหรือรีบเผาทำลายทิ้ง
อย่าให้มีเหลือสักสิ่งตกหล่นหาย
หากพลาดพลั้งแม้สักน้อยโทษถึงตาย
จะกลับกลายเป็นคนคุกในเรือนจำ

ลงวันที่ 20/11/2006

สงสัยเหมือนกันว่าตอนเขียนนี่เราอยู่ในอารมณ์ไหน
จะว่าเรียนชีวะอยู่ก็ไม่ใช่ เพราะเรื่องระบบประสาทกับสมองมันมาเรียนเอาตอนม.หกนี่เอง
แต่มาอ่านตอนนี้แล้วชอบนะ ดูกุโระๆดี

กลอนที่เขียนไว้ยาวๆมีสองบทเองแหละ บทที่สองก็อันนี้>>


อัศวิน

ดาบเหล็กกล้าแกว่งกวัดฉวัดเฉวียน
หวังจะเปลี่ยนยุคสมัยดังใจฝัน
หากความจริงนั้นเพียงการฆ่าฟัน
จะไปถึงสวรรค์ได้อย่างไร

เพราะการฆ่าทำลายล้างใช่ทางแก้
ก่อประโยชน์ที่จริงแท้ได้ไฉน
กว่าจะรู้กว่าตนจะกลับใจ
ถลำลึกถลำไกลเกินเยียวยา

นักรบหนุ่มมุ่งหวังชัยชนะ
อิสริยะยศศักดิ์ดูหรูหรา
แต่หาได้เปลี่ยนแปลงโลกดังฝันมา
ก่อเพียงแต่อาชญาทุกวี่วัน

เมื่อสุดท้ายบั้นปลายได้รู้ว่า
สิ่งที่ตนทำมาช่างน่าขัน
สิ่งที่รักที่ห่วงใยและผูกพัน
ปกป้องให้อยู่ด้วยกันไม่ได้เลย

ลงวันที่ 19/11/2006

อันนี้เข้าใจว่าน่าจะมาจากเรื่องซามูไรพเนจรนะ
ถ้าเราจำไม่ผิด ช่วงนี้ตอนม.สี่ เพื่อนเรากำลังอินกะซามูไรพเนจรอยู่ เราเลยเขียนออกมาเป็นแบบนี้

แล้วก็มีพวกโคลงไฮกุสั้นๆด้วย แปะซักบทนึงที่เราชอบ


พระจันทร์ยามเย็น

จันทร์นวลเด่นสาดแสง
ใส่สรรพสิ่งสรรสร้าง
ดวงตะวันลับลา

ลงวันที่ 18/11/2006

ที่เราชอบๆก็มีแค่นี้ล่ะมั้ง ที่เหลือมันแต่งด้วยอารมณ์ชั่ววูบแล้วก็ดูมึนๆ (หัวเราะ)
รวมกลอนเล่มเก่าสมัยประถมของเราหายไปตั้งนานแล้วด้วย
ม.ปลายก็ได้แต่งกลอนครั้งสุดท้ายก็ช่วงม.สี่นั่นล่ะนะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สำนวนดีนะเนี่ย

บทแรกน่ากลัวไปหน่อยป่ะ 55+
เอิ่ม ไม่อยากจะบอกว่า
กลอนสมอง ท่านจขบ.แต่งในวันเกิดข้าน้อยพอดี๊พอดี
ช่างบังเอิญมากค่ะ เหอะๆๆ

แต่กลอนอันที่สองตอนอ่านก็คิดถึงเคนชินนะคะ
พอเลื่อนลงมา อ๊ะ เคนชินจริงๆด้วย หุหุ
อ่านบทแรกแล้ว ให้ความรู้สึกว่ากำลังกำลังอยู่ในห้องผ่าตัดเลย คนอ่านทั่วไปคงจะหลอนเล็กๆ อยู่ในใจยังไงพิกล...

#3 By รัตนาดิศร on 2009-03-19 20:28

อึ้งตรงอันแรกเนี่ยแหละ sad smile

#4 By nora on 2009-03-20 01:27

อ่านอันที่สองแล้วนึกถึงบักไลท์อย่างช่วยไม่ได้sad smile

#5 By TeChNiKoS[9.9796] on 2009-03-20 17:47

บทที่สองนี่ คงเพราะมีคำว่าอัศวินชี้นำพออ่านๆไปแล้วเลยรู้สึกถึงฟีลยุโรปยุคกลางมากกว่าแฮะ =w='

#6 By ::Materia Hunter::^^ on 2009-03-20 21:00