อาจจะหลังเขาไปหน่อย แต่เราเพิ่งอ่านยูไธโฟรจบล่ะ

ยูไธโฟร」เป็นหนึ่งใน dialogue ของเพลโต กล่าวถึงตอนที่โสเครติสไปขึ้นศาลด้วยเรื่องอะไรซักอย่าง แล้วไปเจอสหายคนหนึ่งคือยูไธโฟรเข้า

ยูไธโฟรมาที่ศาลเพื่อฟ้องบิดาของตนเองในข้อหาฆาตกรรม เรื่องมีอยู่ว่า คนงานคนหนึ่งของยูไธโฟรฆ่าทาสคนหนึ่งตาย บิดาของเขาจึงโกรธและจับคนงานคนนั้นมัดมือมัดเท้าจนในที่สุดก็คนงานคนนั้นก็หนาวตาย

ประเด็นถกเถียงของทั้งสองเริ่มต้นเมื่อยูไธโฟรคิดว่าสิ่งที่ตนทำ (การฟ้องร้องบิดา) เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และการที่บิดาของตนฆ่าคนงานนั้นถือเป็นสิ่งที่ผิดหลักศาสนธรรม โสเครติสจึงตั้งคำถามแก่ยูไธโฟรว่า「ศาสนธรรมคืออะไร??

ยูไธโฟรตอบคำถามของโสเครติสว่า「ศาสนธรรมคือสิ่งที่เป็นที่รักของเทพเจ้า

แต่โสเครติสก็แย้งว่า แม้แต่เทพเจ้าเองก็ยังคงทะเลาะกัน และการทะเลาะกันคือการที่มีความเห็นไม่ตรงกัน เทพกลุ่มหนึ่งมีสิ่งที่รักและเกลียดสิ่งตรงข้าม ในขณะที่เทพอีกกลุ่มอาจไม่เห็นด้วย ดังนั้นสิ่งสิ่งเดียวกันจึงอาจเป็นที่รักของเทพบางองค์ และไม่เป็นที่รักของเทพบางองค์ก็ได้ คำตอบของยูไธโฟรจึงยังไม่ชัดเจนเพียงพอ

ยูไธโฟรยืนยันว่า「ศาสนธรรมเป็นสิ่งที่เทพเจ้ารักเพราะเป็นศาสนธรรม ศาสนธรรมไม่ได้เป็นศาสนธรรมเพราะเป็นสิ่งที่เทพเจ้ารัก

โสเครติสจึงยกตัวอย่างคัดค้านว่า「สิ่งที่ถูกแบก ถูกเรียกว่าสิ่งที่ถูกแบกเพราะมีคนไปแบกมัน ไม่ใช่เพราะมันเป็นสิ่งที่ถูกแบก」 ดังนั้น สิ่งที่ถูกรัก ก็ย่อมถูกเรียกเช่นนั้นเพราะมีคนไปรักสิ่งนั้นเข้าเสียก่อน เมื่อกล่าวว่าศาสนธรรมเป็นสิ่งที่ถูกเทพเจ้ารัก จึงหมายความว่าเทพเจ้าต้องรักสิ่งนั้นก่อนที่สิ่งนั้นจะถูกเรียกว่าเป็นศาสน ธรรม

แล้วโสเครติสก็ถามให้ยูไธโฟรอธิบายความคิดต่อไปเรื่อยๆ เมื่อยูไธโฟรตอบ โสเครติสก็คัดค้านและตั้งข้อสงสัยในคำอธิบายนั้นต่ออีก สรุปความคิดและคำตอบของยูไธโฟรต่อจากนั้นได้ว่า「มนุษย์ปฏิบัติศาสนธรรม เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เพื่อให้เทพเจ้าอวยพรให้ และการที่จะให้เทพเจ้าอวยพรนั้น ศาสนธรรมที่ปฏิบัติก็ย่อมต้องเป็นสิ่งที่เทพเจ้าพอใจ

หมายความว่า ในท้ายที่สุดแล้ว ยูไธโฟรก็ย้อนกลับมาพูดในสิ่งเดิมคือ ศาสนธรรมคือสิ่งที่เทพเจ้ารัก (และถูกคัดค้านว่าไม่เป็นความจริงไปแล้วโดยโสเครติสนั่นเอง)

แล้วคุณล่ะ คิดว่าศาสนธรรมคืออะไร??

★★★

สรุปย่อเต็มที่ ไม่ครบทุกประเด็นด้วย กรุณาอย่าเอาไปใช้ทำรายงานส่งอาจารย์นะคะ (หัวเราะ)

จากเรื่องยูไธโฟร ก็จะได้เห็นหลักการสอนของโสเครติส ที่จะตั้งคำถามให้คนอื่นแสดงความคิดเห็น แล้วโสเครติสก็จะค้านไปเรื่อยจนกว่าอีกฝ่ายจะจนมุม เป็นคนที่น่ากลัวน่าดูเลยนะเนี่ย

การให้ความหมายของคำ ว่าศาสนธรรมในเรื่องนี้ก็ดูจะเกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ที่เราเรียนตอนม.สี่ คือเรื่องเซตกับตรรกศาสตร์ ในประเด็นที่ว่า ศาสนธรรมเป็นศาสนธรรมเพราะเป็นสิ่งที่เทพเจ้ารัก หรือศาสนธรรมเป็นสิ่งที่เทพเจ้ารัก สิ่งนั้นจึงเป็นศาสนธรรม (เซทของศาสนธรรมกับเซทของสิ่งที่เทพรัก อะไรซ้อนอยู่ในอะไรนั่นเอง)


จบละ ไม่มีคำอธิบายต่อ
ไปทำการบ้านละค่า~ (≧ω≦)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อาจารย์สอน reasoning เราต้องเป็นโสเครติสกลับชาติมาเกิดแน่นอน เค้าสอนว่า ให้ตั้งคำถามไปเรื่อยๆจนกว่าอีกฝ่ายจะโต้แย้งไม่ได้อ่ะ sad smile

ตอนแรกอ่านเป็น ยูโธไฟร
ก็คิดว่าเกี่ยวอะไรกับยูโทเปียรึเปล่า ฮา

ป.ล.การบ้านเยอะ T T

#1 By ::Materia Hunter::^^ on 2009-06-05 21:18

จบห้วนจัง...
ส่วนตัวไม่คิดนะ เพราะคิดๆ ไปแบ้วมันค่อนข้างละเอียดอ่อน อาจพาดพิงในหลายๆ ของหลายๆ
แต่โสเครติสเองก็นะ...

เค้าว่ากันว่า ถ้าเรียนๆ ไปเรื่อยๆ ในชั้นมหาลัย จะเจอโสเครติสทุกวิชา ไม่เว้นแม้แต่วิชากฏหมายของใบตอง หรือวิชาดนตรีของเรา สรุปแล้ว ตานี่นี่เป็นรากฐานของทุกวิชาเลยรึไงนะ

#2 By +:~: - Chocohime - :~:+ on 2009-06-05 23:15

PinG~ น่าจับเราไปภาคปรัชญาท่าจะรุ่งนะเนี่ย confused smile

#3 By Pl@y-M@Te on 2009-06-05 23:45

logic ซ้อน logic ซ้อน logic ซ้อน logic

แอบมึน

#4 By nora on 2009-06-06 15:06