ความฝัน*
posted on 07 Jun 2009 19:45 by yvesnoir in story-tellingตอนสี่ทุ่มของวันศุกร์ เสียงโทรศัพท์มือถือของเราดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอว่างเปล่าที่ไม่โชว์เบอร์ (เปล่า..ไม่ได้ลึกลับอะไรแต่อย่างใด หน้าจอมือถือเรามันเจ๊งน่ะ)
ปรากฏว่าพี่รหัสที่เตรียมโทรมาหาค่ะ
ก็คุยเรื่องทั่วๆไป เรื่องเรียน เรื่องเพื่อน แต่มีอยู่คำนึงที่เราฟังแล้วซึ้งมาก
พี่เขาเล่าว่า ตอนที่เขาไปทำงานที่อเมริกาน่ะ มีคนที่นั่นถามว่าความฝันของเขาคืออะไร เขาก็ตอบว่า..อยากเป็นหมอที่ดี แต่ไม่รู้จะทำได้จริงๆรึเปล่า (พี่รหัสเราเรียนหมอ) แล้วคนที่ถามก็บอกว่า..ดีแล้วนะ การที่คุณมีความฝันน่ะ มันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ ไม่ว่าความฝันจะเป็นจริงขึ้นมาได้รึเปล่า ขอแค่คุณมีความฝันแค่นี้ก็สุดยอดแล้ว เพราะฉะนั้นคุณห้ามทิ้งความฝันเด็ดขาด
ที่อเมริกา (และอาจจะในที่อื่นๆอีกก็ได้อ่ะนะ) เขาจะไม่ให้ทำลายความฝันของเด็ก แม้ว่าเด็กคนนั้นจะสายตาสั้นแล้วอยากเป็นนักบิน ทุกคนก็ต้องสนับสนุนเขา จะไปดุว่าหรือบอกว่ามันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อไม่ได้ เพราะความฝันเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าไปทำลายความฝันของเขาแล้ว เขาก็คงไม่กล้าฝันจะทำอะไรอีก
เราไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงรึเปล่า แต่ตอนฟังอ่ะ โคดซึ้งเลยนะ
อย่างที่เราบอกหลายๆคนไปแล้วว่าเราจะซิ่ว พี่รหัสเราก็รู้มาจากน้องรหัสเราอีกต่อนึงนั่นล่ะ เขาเลยถามเราว่า อักษรน่ะ มีคนอีกมากมายที่อยากเรียนแต่ไม่ได้เรียน ไม่ว่าจะคะแนนไม่ถึง ที่บ้านไม่ชอบ หรืออะไรก็แล้วแต่ คณะนี้เป็นความฝันของเรามาตั้งแต่ม.ต้นแล้วไม่ใช่เหรอ เราดีแค่ไหนแล้วที่รู้ตัวว่าชอบอะไรตั้งแต่เนิ่นๆ พอทำความฝันให้เป็นจริงได้แล้วทำไมถึงจะทิ้งมันไปอีกล่ะ
แต่ว่า ถึงจะบอกว่าอยากเรียนอักษร เราก็ยังไม่มีความฝันที่แน่ชัดหรอกนะ เราอยากเรียนอักษรเพราะอยากเรียนรู้ อยากทำความเข้าใจกับความเป็นมนุษย์ให้มากขึ้น อยากรู้จักตัวเองและคนอื่นให้มากขึ้น เท่านั้นเอง
เวลาหนึ่งปีต่อจากนี้ เราคิดว่าคงต้องค้นหาแล้วล่ะว่าที่จริงแล้ว..เราอยากทำอะไรกันแน่
ps* วันนี้ไปสอบที่จุฬามา มีบทความน่าสนใจเยอะเลย เดี๋ยวไว้ลองสรุปๆมาเล่าให้ฟังค่ะ :))
ps2* รูปเจเทรนด์รอไปก่อนเน้อ~ มีไม่เยอะหรอกค่ะ (หัวเราัะ)







ถ้าเป็นแถวนี้ล่ะก็ เรื่องที่เป็นไปไม่ได้คงจะโดนบอกให้เลิกคิดแน่ๆ
ยังไงก็ขอให้ค้นหาให้เจอนะ ว่าอยากทำอะไร การเริ่มเข้าเรียนอาจไม่ใช่จุดเริ่มต้น เราจะเริ่มเองเมื่อไหร่ก็ได้
#1 By :nakare: on 2009-06-07 20:18