now you're one of us*

posted on 23 Oct 2009 19:53 by yvesnoir  in story-telling

เพิ่งอ่านหนังสืออ่านนอกเวลาจบล่ะ

ตั้งแต่เรียนหนังสือมา เรื่องนี้นี่นับว่าเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาที่แร๊งงงงงงที่สุดเลยนะเนี่ย (หัวเราะ)

หนังสือที่อ่านชื่อเรื่อง 暗鬼(anki) ของโนะนะมิ อาสะ คนเขียนเรื่องจูนไบรด์ที่บลิสเอามาแปลแล้วน่ะค่ะ แต่สำหรับเรื่องนี้เราอ่านเป็นฉบับภาษาอังกฤษ เวอร์ชั่นอังกฤษชื่อเรื่อง now you're one of us


หน้าปกฉบับจริงเป็นแบบนี้ล่ะ เ่อ่อ...แค่หน้าปกมันก็ดูเรทๆแล้วเนอะ (กร๊ากกกกกก)

ไม่รู้บลิสจะเอาเรื่องนี้มาแปลรึเปล่า แต่คิดว่าไม่น่าจะทำล่ะมั้ง เท่าที่ไปเช็คเรทติ้งตามเว็บญี่ปุ่น มันก็ได้ประมาณ 3/5 ไม่ได้สูงอะไรเท่าไหร่ (แถมติดเรทอีก) เพราะฉะนั้นระบาย(?)เล่าเลยดีกว่า


คือเนื้อเรื่องมันก็เป็นแนว j-suspense อ่ะ การดำเนินเรื่องจะคล้ายๆ level 7 ของมิยาเบะ มิยูกิหน่อยๆ

มันก็เริ่มที่โนริโกะ..แต่งงานกับคาสึฮิโตะ แล้วก็ต้องย้ายเข้าไปอยู่บ้านสามี ซึ่งบ้านสามีเนี่ย มีสมาชิกทุกคนในครอบครัวอยู่ด้วยกัน ตั้งแต่คุณย่าทวดที่เดินไม่ได้ คุณปู่ที่เป็นอัมพฤกษ์พูดไม่ได้ คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ แล้วก็น้องสาวสามี กับน้องชายสามีที่เป็นเด็กดาวน์ รวมตัวสามีนั่นเข้าไปด้วยก็แปดคนพอดี

แล้วนางเอกก็จะไปเจอกับเรื่องนั้นเรื่องนี้จนเริ่มสงสัยว่า ครอบครัวนี้มันต้องมีอะไรบางอย่างผิดปกติแน่นอน เช่น คนในครอบครัวรักกันมากกกกกกกก มากจนเหมือนมันเฟค น้องชายกับน้องสาวก็ดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากกว่าแค่พี่น้อง คุณย่าทวดที่เดินไม่ได้กับคุณปู่ที่พูดไม่ได้นี่เป็นจริงๆหรือแกล้งทำกันแน่ พืชที่ครอบครัวนี้ปลูกไว้มันก็ดูเหมือนจะเป็นยาเสพติด แล้วอยู่ดีๆ คนแถวบ้านที่จะมาพูดอะไรซักอย่างกับนางเอกก็บ้านระเบิดตายหมดทั้งครอบครัว

คือช่วง 2/3 แรกของเล่มมันก็จะไปเอื่อยๆประมาณเนี้ย นางเอกไปเจอโน่นเจอนี่แล้วก็คิดมาก สงสัยๆๆๆๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วก็พยายามหาหลักฐานมาพิสูจน์สมมุติฐานตัวเอง แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง

ทีนี้พอเริ่มนอยด์มากๆ นางเอกก็ไปสติแตกใส่ครอบครัวสามี พวกแกมันฆาตกรรรรร--!! นางเอกเลยถูกครอบครัวสามีมอมยา (หรืออะไรประมาณนั้น) แล้วก็พาไปเคลียร์ข้อสงสัยกัน แล้วคือมันก็จิตวิทยาหมู่มากๆ ใช้ 8 รุม 1 อ่ะนะ (ฮา) คนนี้พูดงี้ๆๆๆ อีกคนก็พูดต่อ สนับสนุนกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย คือมันเป็นกระบวนการล้างสมองนางเอกนั่นแหละ

ก็เหมือนจะเข้าใจกัน แต่มันก็ยังมีปริศนาอะไรอีกเยอะแยะที่นางเอกยังอยากรู้ แล้วครอบครัวก็ยังไม่เฉลย แต่นางเอกก็เก็บความสงสัยไว้ พยายามไม่คิด ไม่ถาม ไม่สงสัยอะไรทั้งนั้น คิดว่านี่คือครอบครัวของตัวเอง เราเป็นครอบครัวๆๆๆ (โดนล้างสมองไปแล้วส่วนนึง) แต่เพราะว่ามันยังสงสัยอยู่ไง ก็เลยหลุดปากพูดกับเพื่อนไป แล้วครอบครัวก็ได้ยินที่นางเอกพูด

ครอบครัวสามีเลยจับนางเอกมาว้าก คือ..มันว้ากจริงๆนะ ตลอดเรื่องพี่แกทำดีกับนางเอกมาตลอด ขนาดนางเอกสติแตกใส่ก็ยังพูดด้วยดีๆ โทษตัวเองว่าเป็นเพราะไม่อยากให้นางเอกกังวลใจเลยทำแบบนี้ ไม่รู้ว่านางเอกจะคิดมาก แต่พอคราวนี้นี่จับนางเอกมาไว้ตรงกลางวงแล้วด่าๆๆๆๆ แกทำงี้ได้ไง สงสัยคุณย่าทวดกับคุณปู่ได้ไง แกมันเลว เป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจ บลาๆๆๆๆ (ด่าเยอะมาก adjective เต็มบรรทัดไปหมด (กร๊ากกกกก))

เออ แล้วเข้าใจอารมณ์แบบ ถูกว้ากตอนรับน้องใช่มะ พอถูกว้ากจบมันก็เหมือนจะไปสะกิดต่อมอะไรบางอย่างในใจแล้วมันจะรู้สึกกิลตี้ ว่า เฮ้ย กรูแม่งแย่ว่ะ กรูทำแบบนี้ไปได้ไง คนอื่นเค้าห่วงกรูแค่ไหนทำไมกรูทำตัวแบบนี้ ประมาณนั้นแหละ อีนางเอกนี่มันก็รู้สึกแบบนั้น (ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเล้ยยยยย แต่มันเป็นอารมณ์หลังถูกว้าก ถูกล้างสมองไปโดยสมบูรณ์แล้ว) รู้สึกว่าตัวเองทำตัวไม่ดีมาตลอดที่ดันไปสงสัยครอบครัวของสามี แล้วก็เกิดอารมณ์รักครอบครัวขึ้นมากะทันหัน แบบ..เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ เราจะอยู่ด้วยกันทั้งหมด จะรักกันตลอดไป~

แล้วทีเด็ดมันก็อยู่ที่บทที่ 27 (เรื่องนี้มี 30 บท) มันคือฉากสวิงกิ้งค่ะคุณ (= =)


"...When she turned her face again, she saw her husband astride his sister. Brother and sister were exploring the deapest recesses of each other's bodies. Noriko knew well that she would unite with Takeo, and in doing so, become a real member of the family.

...

This is what family is like.(<<แฟมิลี่บ้านแป๊ะเอ็งสิฟระทำแบบนี้)

Noriko could feel Takeo entering her. She received his blood, the blood of the family, under gaze of the family and with a smile from her husband.

...

Noriko then made frantics love with Kazuhito and then with Takeharu, and even held Ayano in a naked embrace. What she felt was too fierce, too pure and beautiful to be called lust..."


ประมาณว่านางเอกที่เป็นคนนอกครอบครัวเนี่ย จะต้องเข้ามาเป็นหนึ่งในครอบครัวนั้นด้วยการ***กับพ่อสามี ซึ่งมันจะไปเฉลยทีหลังว่า อีครอบครัวนี้มันมีการแต่งงานระหว่างพี่น้องกันมาตลอดเพื่อรักษาสายเลือดของ ตัวเองไว้ให้บริสุทธิ์ แต่พอทำแบบนี้ไปเรื่อยๆัมันก็เริ่มมีผลเสีย คือน้องสามีนางเอกเกิดมาเป็นเด็กดาวน์ ก็เลยต้องหาผู้หญิงที่มีสายเลือดใหม่มาผสมเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียกับเด็กที่ จะเกิดมาใหม่ แต่ก็ต้อง familization(?) ผู้หญิงคนนั้นให้เป็นครอบครัวเดียวกันก่อนโดยการ receive the family blood (ซึ่งกรูงงมากว่าการ***กับพ่อสามีมันจะ receive the family blood ได้ไงฟระ!?)

จบตรงที่นางเอกท้อง แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็กกันแน่ แต่นางเอกก็บอกมันไม่สำคัญ เพราะทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน (ตรรกะแม่งช่าง...)

แล้วมีการบอกอีกว่า "A suspicious heart breeds demons in the dark." ความสงสัยก่อให้เกิดปิศาจในความมืด (ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรื่อง 暗鬼) เพราะฉะนั้นเราจะต้องกำจัดปิศาจนั่นออกไปด้วยการไม่สงสัย ไม่คลางแคลงใจในครอบครัว เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน บลาๆๆๆ ยังกะจะตั้งลัทธิใหม่งั้นล่ะ (= =)


อ่านจบแล้วก็คิดว่าคะแนน 3/5 นั่นก็เหมาะสมดีแล้ว (หัวเราะ) คือเรื่องมันสนุกน่าติดตา่มนะ อ่านแล้วไม่อยากวางเพราะอยากรู้ว่าเรื่องที่จริงแล้วมันเป็นไงมาไง แต่พอมาเฉลยเรื่องทุกอย่างแล้วก็แบบ...เอ่อ...โคดไม่เมคเซนส์เลยว่ะ เหมือนชนเผ่าอะไรซักอย่างในอินโดนีเซียที่พอเข้าไปแล้วจะโดนล้างสมองให้อยู่ ที่นั่นตลอดไป ทำนองนั้นอ่ะ แถมตรรกะของคนในเรื่องนี่ก็แบบ... อ่านแล้วต้องมานั่งคิดว่า ที่วิปริตมันบ้านสามีหรือตัวนางเอกเองวะเนี่ย!?

แต่ถ้าถามว่า กระบวนการล้างสมองแบบนี้มันเกิดขึ้นได้จริงมั้ย เราว่ามันเกิดขึ้นได้จริงเป็นปกติเลยล่ะ การที่ทำให้คนเราเชื่ออะไรบางอย่างอย่างเหนียวแน่น เชื่อแบบหมดใจ ไม่มีข้อสงสัยใดๆทั้งสิ้น ใครมาคิดว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งไม่ดีไม่ได้ ต้องเถียงแบบหัวชนฝา และเหตุผลในการเชื่อนั้นมีเพียงอย่างเดียวคือ เราเป็นหนึ่งเดียวกัน มันมีจริงๆ และในสังคมของเราก็เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเยอะด้วย

เราคิดว่าแก่นของนิยายเรื่องนี้จริงๆแล้วน่าจะต้องการสื่อถึงเรื่องการเชื่อ มั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยละทิ้งทุกข้อสงสัย ก็เลยคิดว่า ชื่อภาษาญี่ปุ่น 暗鬼 เนี่ย ดูจะลึกซึ้งกว่าชื่อ now you're one of us

นิยายเรื่องนี้ใช้ได้ในระดับนึง แค่เนื้อเรื่องมันไม่ค่อยเมคเซนส์ไปหน่อยในบางครั้ง บางอย่างก็ง่ายเกินไป บางอย่างก็ไร้เหตุผลเกินไป แต่สิ่งที่เราชอบ คือแก่นของเรื่องที่เขาพรีเซนท์ออกมาผ่านตัวละครที่เป็นกึ่งกลางระหว่างคนใน กับคนนอก และกำลังจะเปลี่ยนสภาพจากคนนอกเข้ามาเป็นคนใน มันมีกระบวนการการเปลี่ยนแปลงยังไง ถูกป้อนความคิดอะไรใส่เข้าไปบ้าง

ที่คนเขียนสมมุติสถานการณ์ในครอบครัวให้ดูรุนแรง ดูวิปริต คงเพื่อทำให้คนอ่านถอยห่างออกมาจากนิยาย และเริ่มถามตัวเองว่า..เรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นอยู่รึเปล่า กำลังถูกใส่ข้อมูลอะไรเข้ามาในหัวเพื่อให้เชื่ออะไรซักอย่างโดยไม่ต้องมีเหตุผลรองรับรึเปล่า


และสุดท้าย...ข้อสอบเรื่องนี้มันจะออกยังไงล่ะเนี่ย! orz

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ะ ขอบคุณที่มารีวิวให้ฟังค่ะ ซื้อจูนไบรด์มายังไม่ได้อ่านเลย พอเห็นรีวิวเล่มนี้แล้วหยองๆ ยังไงชอบกล สงสัยว่าถึงบลิสจะเอามาแปลก็คงจะไม่ไ้ด้อุดหนุนกันแน่ๆ sad smile

ว่าแต่หนังสือนอกวิชาอะไรคะเนี่ย ? sad smile

#1 By draco on 2009-10-23 20:03

โอว.... อึ้งเลย
แต่ก็แอบอยากอ่านนะ ฮา แลจิตๆดี
แอบตกใจที่เป็นหนังสือนอกเวลาด้วย sad smile

#2 By Bogus on 2009-10-23 20:05

เป็นหนังสืออ่านนนอกเวลาที่..จริงๆก็น่าสนใจนะ! sad smile คือจะว่าไงดี เป็นอะไรที่แปลกใหม่ อย่างน้อยๆเนื้อเรื่องมันก็กระตุ้นให้เราคิดอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างออกมาเนอะ


อ่านไปๆแล้วนึกถึง mosquito coast sad smile ที่อ่านจบแล้วแบบว่า เอิ่มมม

#3 By vinn* on 2009-10-23 20:07

อ่านจบเอนทรีแล้วเพิ่งนึกได้ว่ามันเป็นหนังสืออ่านนอกเวลา..ฮ่าๆๆ ข้อสอบจะเป็นไงเนี่ย
เป็นเรื่องที่น่าสนใจดีจัง แต่มันแรงจริงๆนะ..

#4 By :nakare: on 2009-10-23 20:09

La Pomme : ภาคอิ๊งช่างสรรหาหนังสือจริงๆ

ปีที่แล้ว สามเล่ม ก็มีพระเจ้า ข่มขืน และวาย. . .

ข้อสอบนอกเวลาตอนปิดเทอมปีที่แล้วเป็นแบบถูกผิด แต่หลอกกันได้เนียนมาก = =;;

#5 By Pl@y-M@Te on 2009-10-23 21:07

พระเจ้าช่วยกล้วยทอด เป็นพล็อตที่บ้าบอคอแตกแต่ก็ทำให้อยากรู้อยากเห็น ชวนคิดต่อ ชักเสียดายที่ไม่ได้หยิบจูนไบรด์มาเมื่อกี้นี้ ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ

#6 By talalan on 2009-10-23 22:04

ตอนถูกว้ากรับน้องเราไม่คิดยังงั้นนะ ไม่รู้สึกผิดเลย แต่เกลียดพี่จริงๆ ฮา
ตอนรับน้องเสร็จมาจนถึงป่านนี้ก็รู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่เกลียดเพราะพี่เค้าไม่ได้ว๊ากแต่ด่าแบบ ด่ากราดจริงๆอ่ะ ไม่ได้เสแแสร้งว้าก sad smile

ส่วนประเด็นล้างสมองให้เชื่อนี่ อ่านแล้วรู้สึกกลัวๆนิดนึง ถึงเราอ่านแล้วจะเกลียดนางเอกก็เถอะ แต่ก็ยังคิดเลยว่าถ้าเจอแบบนางเอกจะทำไงล่ะเนี่ย

แต่ที่จริง ถ้าเป็นเราคงหนีออกจากบ้านไปตั้งแต่สงสัยว่าพวกนั้นเป็นฆาตกรแล้ว ฮา

#7 By ::Materia Hunter::^^ on 2009-10-23 22:24

โอว จิตดีค่ะ
ว่าแต่หนังสือเป็นแบบนี้ ข้อสอบต้องเเนวจิตวิทยาแน่ๆเลย(ละมั้ง)

แต่พูดถึงตอนว้ากน้อง รู้สึกแบบนั้นจริงจังค่ะ
อ่า ถึงผ่านมาแล้วแต่ก็ยังคงจำได้ไปอกีนาน
เห็นเรื่องย่อแล้วอยากอ่านจริงๆล่ะ! ชอบมากที่มีคนเอาประเด็นมาเขียนแบบนี้--ที่มันดูวิปริตไม่สมเหตุสมผล อาจเป็นเพราะ ถ้าใส่เรื่องที่สมเหตุสมผลลงไปแล้วจะโดนต่อต้านทั้งบางก็ได้นา (ฮา)

เพราะ 'เราเป็นหนึ่งเดียวกัน' นี่นะ (<<แล้วเราล่ะ?)
ป.ล. ประเด็นที่แรงกว่าว้ากน้องยังมีอีกหลายนะเรื่องนี้ หึหึ...เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาที่ดีจริงๆล่ะ

#9 By Star* of Radiance on 2009-10-24 11:02